เรามีพรรคการเมืองไว้ทำไม
คำถามที่ต้องถามและตอกย้ำการก่อกำเนิด พรรคการเมือง อาจเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อพรรคการเมือง ถูกผูกติดกับการเมือง พรรคเรามองไปที่ประชาชนชาวบ้านและหลักคุณค่าเป็นหลัก ในอดีตประชาชนอยู่กับการเมือง ถูกทำให้เราอยู่เพียงการเลือกตั้ง ผลักประชาชนเข้าไปอยู่ในเกมส์อำนาจ แย่งชิงกันเข้าสู่อำนาจ การเมืองจึงอยู่ห่างไกลจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน และ เป็นกิจกรรมของสังคมชั้นสูง บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของมืออาชีพ จะปฏิรูปกี่ครั้งกี่หน ประชาชนก็คงเป็นตัวประกอบให้เขา วกวนจนนำชาติเข้าสู่วิกฤติ พรรคไทยพิทักษ์ธรรมเกิดขึ้นมาจากการไม่จำยอมต่อสภาพการณ์ข้างต้น เพราะเรากลับมองมุมกลับหางการเมือง โดยว่า การเมืองที่แท้นั้น เป็นเรื่องทุกข์ สุข และการกินดีอยู่ดี ของประชาชน ชาวบ้าน มีเครื่องมือเหยี่ยวรั้งจิตใจตามคุณค่าที่เราให้ความเคารพยึดถือ ไม่ใช่เรื่องเทคนิคเฉพาะกลุ่มคน หรือ ของมืออาชีพใด ๆ ที่จะมาสมอ้างผลิตมายาคติหรือวาทะกรรมทางการเมือง เพื่อจำกัดขอบเขตปริมณฑลให้ประชาชนชาวบ้านรอคอยดูอยู่ข้างเวที พรรคไทยพิทักษ์ธรรมมอง การเมือง ตามรากฐานทางความคิด คุณค่าที่มี ประชาชนชาวบ้าน เป็นพื้นฐานของคุณค่า (Values) ที่จะนำทางพรรคก้าวไปข้างหน้า ผ่านเครื่องมือทาง ยุทธศาสตร์ แนวทาง แผนปฏิบัติการณ์ และ นโยบายร่วมกับประชาชนชาวบ้าน จึงทำให้พวกเรามารวมกันเป็นพรรคการเมืองที่มีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นโดยทั่วไป
การก่อกำเนิด พรรคการเมือง อาจเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อพรรคการเมือง ถูกผูกติดกับการเมือง พรรคเรามองไปที่ประชาชนชาวบ้านและหลักคุณค่าเป็นหลัก ในอดีตประชาชนอยู่กับการเมือง ถูกทำให้เราอยู่เพียงการเลือกตั้ง ผลักประชาชนเข้าไปอยู่ในเกมส์อำนาจ แย่งชิงกันเข้าสู่อำนาจ การเมืองจึงอยู่ห่างไกลจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน และ เป็นกิจกรรมของสังคมชั้นสูง บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของมืออาชีพ จะปฏิรูปกี่ครั้งกี่หน ประชาชนก็คงเป็นตัวประกอบให้เขา วกวนจนนำชาติเข้าสู่วิกฤติ พรรคไทยพิทักษ์ธรรมเกิดขึ้นมาจากการไม่จำยอมต่อสภาพการณ์ข้างต้น เพราะเรากลับมองมุมกลับหางการเมือง โดยว่า การเมืองที่แท้นั้น เป็นเรื่องทุกข์ สุข และการกินดีอยู่ดี ของประชาชน ชาวบ้าน มีเครื่องมือเหยี่ยวรั้งจิตใจตามคุณค่าที่เราให้ความเคารพยึดถือ ไม่ใช่เรื่องเทคนิคเฉพาะกลุ่มคน หรือ ของมืออาชีพใด ๆ ที่จะมาสมอ้างผลิตมายาคติหรือวาทะกรรมทางการเมือง เพื่อจำกัดขอบเขตปริมณฑลให้ประชาชนชาวบ้านรอคอยดูอยู่ข้างเวที พรรคไทยพิทักษ์ธรรมมอง การเมือง ตามรากฐานทางความคิด คุณค่าที่มี ประชาชนชาวบ้าน เป็นพื้นฐานของคุณค่า (Values) ที่จะนำทางพรรคก้าวไปข้างหน้า ผ่านเครื่องมือทาง ยุทธศาสตร์ แนวทาง แผนปฏิบัติการณ์ และ นโยบายร่วมกับประชาชนชาวบ้าน จึงทำให้พวกเรามารวมกันเป็นพรรคการเมืองที่มีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นโดยทั่วไป
คุณค่า
พรรคเราต้องยืนยันว่า การเมือง พรรคการเมือง และประชาชนชาวบ้าน ต้องไม่มีระยะห่าง ต้องอยู่ใกล้ชิด ผสมผสานจนเป็นเนื้อเดียวกัน บนภารกิจเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนในชีวิต ชุมชน สังคม และ การสร้างชาติของเราให้เจริญพัฒนาถาวรก้าวหน้าสืบสานจากรุ่นสู่รุ่น คุณค่า (Values) ในทางการเมืองที่ เป็นตัวขับเคลื่อนเหนี่ยวรั้งทางการเมือง ให้เราเดินไปข้างหน้า ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ เสรีภาพ (Freedom) ภราดรภาพ ความเป็นพี่เป็นน้อง (Solidarity) ความเป็นธรรมในสังคม (Equality) สันติภาพ (Peace) และนิติธรรม (Rule of Law)
สันติภาพ
สันติภาพ (Peace) เป็นคุ่นค่าและหลักการพื้นฐานของสังคมมนุษย์ที่เป็นอารยะในการจัดการปัญหาข้อพิพาทขัดแย้งในสังคม และ ระหว่างประเทศ การมีสันติภาพที่ต้องครอบคลุมจากทั้งภายนอกและภายใน ของบุคคล จะเป็นปัจจัยเงื่อนไขที่สำคัญในการนำสังคม ชาติ ไปสู่สันติสุข คู่ขัดแย้งกับสันติภาพ อันเกิดจากปฏิบัติการ การใช้ความรุนแรง ภายใต้ บริบทของการใช้อำนาจ ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบการเมืองการปกครองประเภทใด ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งปัญหาที่ฝังอยู่ในจิตใจ ถูกบ่มเพาะให้เกิดความเกลียดชังยิ่งจากประชาชน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจในฐานะที่แตกต่างกัน ระหว่างรัฐผู้ใช้อำนาจ และ ประชาชน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจแบบอำนาจนิยมจะขยายความเกลียดชัง แตกแยก การปฏิเสธความร่วมมือ อันเป็นอุปสรรค์อันสำคัญที่ไม่อาจนำประเทศไปสู่ความเจริญ พัฒนาก้าวไปข้างหน้าได้ สัมพันธภาพ การใช้อำนาจรัฐ ด้วยความรุนแรงแบบ อำนาจนิยม ด้วยการมุ่งบังคับจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในทางการเมือง ถือได้ว่าเป็นการฉุดเหนี่ยวรั้ง การพัฒนาของประเทศ ผู้ใช้อำนาจในทางการเมือง และพรรคการเมืองสมควรหลีกเลี่ยง
เสรีภาพและความเป็นธรรม
คนทุกคนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน เราทุกคนในฐานะที่เป็นปัจเจกบุคคลต่างมีความคิดฝันล่วงหน้าในชีวิต เด็กเยาวชนลูกหลานเราที่เจริญเติบโตในประเทศ จะต้องมีโอกาสร่วมในสังคม และมีโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพในจุดที่สูงสุดแห่งตน ประชาชนชาวบ้านสามารถเข้าถึงความเท่าเทียมเช่นว่านั้นได้อย่างเสมอเหมือนกัน เพื่อโน้มนำชีวิตของตนให้มั่นคงยั่งยืนดีขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะแตกต่างกันทั้ง เพศสภาวะ ศาสนา ความเชื่อ หรือพื้นฐานความสามารถทางเศรษฐกิจ
ดังนั้นในทางสังคม จึงเป็นความรับผิดชอบของเราในอันที่จะต่อสู้เรียกร้องขจัดอุปสรรค์ขวางหนามและความอยุติธรรมใด ๆ ที่ปิดกั้นเสรีภาพของประชาชนตามความใฝ่ฝัน ให้สังคมมีความเป็นธรรมในทุก ๆ มิติ โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การได้รับเข้าถึงในบริการสาธารณะ ความสมดุลจากการพัฒนา ถือครองและใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน