พรรคไทยพิทักษ์ธรรม

เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤต 2 ด้านที่ส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญเกี่ยวข้องกันได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ การเมืองในระดับภูมิรัฐศาสตร์โลก และ วิกฤตการถดถอยทางเศรษฐกิจ ความศรัทธาน่าเชื่อถือทางการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสภาพสังคมการเมือง เรื่องปัญหาคอรัปชั่น การซื้อสิทธิขายเสียง การเมืองและนักการเมืองบางส่วน มีข้อกังขาเรื่องความเชื่อมโยงกับธุรกิจอาชญากรรมข้ามชาติ จนถูกสังคมโจษขานว่าเป็นการเมืองสีเทา ธุรกิจสีเทา ทำให้ประชาชนขาดศรัทธาต่อการเมือง การเลือกตั้งที่ไม่สามารถนำชาติสู่ความเจริญและมีอนาคตได้

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ พรรคการเมือง อยูในสภาพดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเข้าไปมีอิทธิพลบงการของกลุ่มทุน ที่สามารถใช้เงินกวาดต้อน สส. เข้ามาสังกัด เลี้ยงดูให้ผลประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ จนขาดความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ฐานะผู้แทนปวงชน หากขัดขืนก็จะไม่ได้ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในอนาคต อาจกล่าวได้ว่าสภาวะสังคมการเมืองในเวลานี้อยู่ในฐานะการใช้เงินเป็นใหญ่ เมื่อสามารถซื้อพรรคการเมืองได้ ก็สามารถซื้อรัฐสภา และรัฐบาลได้ในที่สุด ส่งผลให้โอกาสของประชาชน ผู้คนแห่งอนนาคต จำต้องผูกติดกับสภาพด้อยพัฒนานี้  ดังนั้นการเมืองที่ใช้เงินเป็นใหญ่ ต้องถูกแทนที่กำจัดลงด้วย ธรรม จริยธรรม และศีลธรรม ที่จะโอบอุ้มนำสังคมการเมืองไทย เข้าสู่ยุคศิวิไล ได้ อันเป็นความเชื่อพื้นฐานที่พวกเรามารวมตัวกันจัดตั้งมีปฎิปทานเป็นพรรคการเมืองยุคใหม่ เพราะเราคือต้นกล้าเสรีชน..

 

ความเข้าใจใน การเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของทุกสังคมและประเทศ โดยผ่านการขัดเกลาสรุปบทเรียนลองผิดลองถูกต่าง ๆ นานา ในรูปแบบต่าง ๆ ทางการเมือง เศรษฐกิจ การกินดีอยู่ดีให้เกิดความทันสมัย ก้าวหน้า ร่วมสมัย เป็นสากล สู่ความยุติธรรมยั่งยืน แต่ถึงกระนั้นก็ตามอาจกล่าวได้ว่า อานิสงห์ของการเปลี่ยนแปลงในโลก ประเทศ สู่สังคม ชมชนหมู่บ้านกลับเกิดผลในด้านลบ บางสถานะการณ์มุ่งไปสู่การทำลายล้าง ในรูปสงคราม การแย่งชิงทรัพยากร ก่อเกิดหนี้สินและความยากจน ความไม่เท่าเทียม เหลื่อมหล้ำ ในอัตราส่วนที่น่าตกใจ  

แม้การเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นไป ปัญหาจึงอยู่ที่จะเปลี่ยนไปอย่างไร ใครคือผู้นำการเปลี่ยนแปลง และ มีเป้าหมายปลายทางของการเปลี่ยนแปลงอย่างไร คู่กับอานิสงค์แห่งการเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นจะไปถึงใคร  ทั้งนี้เพราะเหตุปัจจัยของการเปลี่ยน หรือ อยู่แบบเดิม ๆ ตามแนวจารีตนิยม ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ในประการสำคัญคือผู้ได้ประโยชน์จากโครงสร้างอำนาจอยู่แล้วก็จะพยายามรักษาสถานะที่ตนได้ประโยชน์ ขณะที่ผู้ไม่ได้ประโยชน์หรือ ไม่ได้รับความยุติธรรมก็อยากเปลี่ยน  ดังนั้นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมการเมืองจึงเกิดขึ้นจากคนจำนวนน้อยเสมอ ก่อนที่จะพัฒนาขยายวงไปสู่คนหมู่มาก พรรคการเมืองในฐานะสถาบันทางการเมืองจึงมีบทบาทที่สำคัญยิ่ง ในการถักทอความคิดจากคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ว่านั้น...