ยุทธศาสตร์ สู่นโยบายสาธารณะ
ยุทธศาสตร์ทั้ง ๗ ด้านดังที่กล่าวมาข้างต้น เมื่อหลอมรวมเป็นแก่นสารสาระสำคัญ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศไทยใหม่ตรงปกกับปัญหาสภาพความเป็นจริงที่ฉุดรั้ง ก่อปัญหา ตรึงการพัฒนาประเทศให้อยู่กับที่มาเป็นเวลานานคือ การเน้นนโยบายส่งออก และการท่องเที่ยว ผลที่ได้อยู่ในลักษณะหัวโตตัวลีบ ความเหลื่อมหล้ำ เป็นเหตุให้เศรษฐกิจของไทยไม่สามารถออกจากกับดักได้ ขณะที่แรงงานเข้าสู่ผู้สูงวัย อัตราเด็กเกิดใหม่อยู่ในระดับต่ำ พอกพูนด้วยหนี้ครัวเรือน และหนี้สาธารณะ ต้นทุนการดูแลทางด้านสาธารณสุข ค่าใช้จ่ายโรงพยายบาลจะเพิ่มสูงขึ้น การค้าพึ่งพาสินค้าสำเร็จรูป ไม่มีตลาดภายในประเทศที่ใหญ่เพียงพอ พยุงเศรษฐกิจของชาติได้ ในประการสำคัญการจะนำประเทศออกจากหลุมกับดักจำเป็นต้องสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งโดย พรรคไทยพิทักษ์ธรรม เห็นว่าความสอดคล้องต้องกันของยุทธศาสตร์และนโยบายรวมถึงแผนปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินต้องเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันของยุทธศาสตร์ ที่ไม่อาจเลือกทำยุทธศาสตร์หนึ่งใด หรือดำเนินเรื่องใดก่อนหลัง ดังนั้นจึงต้องทำขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน หลอมรวมเรียกได้ว่า “ยุทธศาสตร์สี่ขา สู่ไทยศิวิไลใหม่” ได้แก่การให้ความสำคัญกับ ๑)คนการศึกษา ๒)ระบบภาษี ๓) Co-op ธงฟ้า อบต อาหารคุณภาพมาตรฐานสูง THAI FDA และ ๔)ดัชนีมวลรวมชี้วัดความสุข GNH คู่ขนานกับ GDP บนฐานข้อมูลแห่งชาติ (Data Center) ผ่านนโยบายที่สำคัญ ๆ ดังนี้คือ
๑ นโยบายการศึกษาเรียนฟรี ๑๘ ปี โดยผู้เรียนสามารถเรียนจนถึงระดับมหาวิทยาลัยเป็นเวลา ๑๒ ปี สามารถออกไปทำงาน หาประสบการณ์ในชีวิต และ กลับมาเรียนต่อได้อีกครบจำนวนเวลา ๑๘ ปี ให้มีการปรับหลักสูตรเรียนรู้ทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับประถม ให้รู้ถึงเงิน ค่าเงิน หนี้ ดอกเบี้ย และ เครดิต เพื่อฝึกการบริหารการเงินด้วยตนเองในอนาคต ตลอดจนการศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน และทำการศึกษาให้มีความสนุกสนาน (Edutainment) ให้ความสำคัญกับครูผู้สร้างประเทศ (ไม่ใช่เรื่อจ้าง) ให้มีเงินเพิ่มเบี้ยกันดารแบบมูลค่าเพิ่ม (บวก +1+2+3…)
๒ นโยบายแก้ปัญหาเงินฝืด (deflation) ของประเทศโดยการสร้างแรงจูงใจ ให้สถานประกอบการธุรกิจ ห้างร้าน จ้างงานผู้สำเร็จการศึกษาในองค์กรของตนเอง ตั้งแต่ ๓-๕ คน ให้ได้ลดภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ ๑๐ สำหรับการจ้างงานผู้สูงวัยที่เกษียณอายุ อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ทำงานต่อไป ตามความเหมาะสมของงาน จะได้ลดภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ ๑๕
๓ นโยบายภาษีเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการเฉพาะหน้า คู่กับการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ โดยการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จากอัตรา 7% เป็น อัตรา 4% เพื่อทดแทนรายได้จากการลดอัตราภาษีข้างต้น รัฐบาลจะเก็บภาษีรายได้ตามอัตราก้าวหน้าที่เหมาะสม จากจำนวนรายได้ตั้งแต่ ๑ ล้านบาทขึ้นไป
๔ นโยบายพัฒนาส่งเสริม การเกษตรอินทรีย์ และ อาหารปลอดภัย ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร สร้างระบบมาตรฐานอาหารทางด้านการเกษตรกรรมประจำชาติขึ้นให้เห็นเด่นชัด กำหนดแบ่งเกรดชนิดระดับผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อบริโภคภายในประเทศอยู่ในเกรดที่ดีที่สุดแยกจากจำหน่ายส่งออกนอกราชอาณาจักร THAI FDA เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการบริโภคอาหารจากประเทศ จากตลาดนานาชาติ ควบคู่กับการพัฒนายุทธศาสตร์กลไกตลาดล่วงหน้า ตลอดจนเป็นการลดภาระทางสาธารณะสุขของประเทศลง เพื่อการนี้จะได้สร้างการตื่นรู้ในสาธารณะชนในเรื่อง “อาหารเป็นยา” ที่ให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารให้ห่างไกลจากการเจ็บป่วย
๕ นโยบายให้มีหลักประกันการใช้และเข้าถึงพลังงานของประชาชนบนพื้นฐานความเป็นธรรม สอดคล้องกับความเป็นเจ้าของทรัพยกากรในชาติ คู่กับการสนับสนุนส่งเสริมการใช้ พัฒนา พลังงานทางเลือกอื่น ๆ
๖ นโยบายศูนย์ตรวจสอบดัชนีชี้วัดความสุข (Gross National Happiness) หรือ GNH และความมั่งคั่ง เพื่อเป็นกระจกเงาสะท้อนผลการดำเนินงาน ความคืบหน้าในการพัฒนาประเทศ แก้ไขปรับปรุงให้ก้าวหน้าพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป
๗ นโยบายพัฒนาส่งเสริม องค์กรชุมชน ในรูป Co-op ธงฟ้า อบต ในด้านต่าง ๆ ให้เป็นฐานการผลิต บริการ แปรรูป การตลาด การเงินการธนาคารของตนเอง รวมทั้งซื้อขายล่วงหน้า
๘ นโยบายศูนย์ข้อมูลประชาชน Data Center แห่งชาติ ที่สามารถตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ การคอรัปชั่นงบประมาณแผ่นดิน การเก็บข้อมูลตรวจสอบดัชนีชี้วัดความสุข ความมั่งคั่ง ความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และ หลักนิติธรรม (Rule of Law)
๙ นโยบายว่าด้วยความโปร่งใส (transparency) ธรรมาภิบาลการปกครองที่ดี(Good governance) ปลอดจากการคอรัปชั่น (Corruption Free Zone) ทุกกระทรวงทบวงกรม และ นิติธรรมที่ดี (Rule of Law)
๑๐ นโยบายคุ้มครองเด็กและสิทธิสตรี ฟรีผ้าอนามัย
๑๑ นโยบายคลังสมองแห่งชาติ
๑๒ นโยบายแก้ปัญหาสิทธิทำกินในที่ดิน การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง น้ำท่วม ตลอดจนอนุรักษ์ พัฒนา ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ
๑๓ นโยบายปฏิรูปกฎหมายเพื่อความเป็นธรรม ที่ขัดขวางการทำมาหากิน การเข้าถึงสิทธิการพัฒนา การปฏิรูปกฎหมาย ปกป้องคุ้มครองพุทธศาสนา วัด พระภิกษุ สามเณร ที่ถูกกลั่นแกล้งจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม